Category Archives: สัมมนา

Abstract

TITLE              Developing a Model for School Committee’s Participation in the Administration of Academic Work under Khon Kaen Office of Primary Educational Service Area 1

AUTHOR         Piyawoot  Anu-an

ADVISORS     Dr. Pha  Agsonsua

Dr. Koson  Srisang

Dr. yurawadee  Muthukan

DEGREE         Ph. D.                                                     MAJOR              Educational Administration

UNIVERSTIY   North Eastern                                      YEAR                   2013

 

ABSTRACT

 

This objectives of this research were  1) to study the practice of school committee’s participation in the administration of academic work under Khon Kaen Office of Primary Educational Service Area (KOPESA) 1 and 2) to develop a model for school committee’s participation in the administration of academic work under the same service area. The research was conducted in 6 steps as follows : 1) formulation of conceptual framework by a review of related literature and researches; 2) study of the practice by using 5-level rating scale questionnaires asking 260 samples in 163 schools as well as interviewing 12 key informants of 3 best practice schools; 3) drafting the desired model ; 4)  review of the draft model by a focus group discussion of 10 experts; 5) assessment of the revised model by selected stakeholders in order to ascertain its appropriateness, usefulness and feasibility; and 6) conclusion and report.

The research findings were as follows :

  1. On the whole the practice of school committee’s participation in the administration of academic work under KOPESA 1 was rated high. By aspects, participation in promoting teachers’ continuing further study to develop their instructional skills was the highest practice, followed by participation in planning, formulating the school’s vision and objectives as well as desirable characteristics of students. Participation in determining the structure and content of  the curriculum.
  2. The model for school committee’s participation in the administration of academic work under KOPESA 1 starts with a statement of vision, “By B.E. 2560 administrators, teachers, educational personnel, school committee realize their respective responsibilities to participate in the administration of the school committees.” Under this vision, the model consists of 6 participatory steps, 6 mission statements, 6 objectives and 12 activity components.

การทำงานเป็นทีม

การทำงานเป็นทีม
มีผลดีต่อสมาชิกแต่ละบุคคลในทีมด้วยเหตุผล 3 ประการ

  1. ทีมงานเป็นการรวมเอาทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุด ขององค์การเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถปฏิบัติงานที่บุคคลคนเดียวทำไม่ได้ (งานทุกงานจะลำบากมากหากใช้คนคนเดียว)  เพราะนอกจากจะได้แรงกายแรงใจเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะได้ความคิดหลายแง่หลายมุมมาผสมผสานกัน ทำให้ศักยภาพแฝงที่แต่ละคนมีถูกนำมาใช้มากขึ้น
  2. ทีมงานทำให้มีการมอบหมายให้สมาชิกรับผิดชอบงานเพื่อปฏิบัติตามความถนัดและความเชี่ยวชาญ และความพอใจของแต่ละคน เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันยังผลให้แต่ละคนมีโอกาสสร้าง หรือพัฒนาความสามารถด้านอื่นๆ ให้ดีขึ้น โดยการเรียนรู้จากสมาชิกผู้ร่วมงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
  3. ทีมงานช่วยให้สมาชิกแต่ละคน ได้รับการตอบสนองความต้องการทางสังคม อันได้แก่ ความรัก และการยอมรับซึ่งกันและกัน (ความต้องการขั้นที่ 4 ของ มอสโลว์) อันนำไปสู่ความสำเร็จในชีวิตการทำงานในที่สุด

หากพิจารณาในภาพรวม จะพบว่าการสร้างทีมงาน หรือการทำงานเป็นทีม ช่วยทำให้องค์การสามารถรวมพลังในการปฏิบัติงาน งานที่ยากลำบากเพียงใดก็สามารถประสบผลสำเร็จได้ได้ไม่ยากนัก(นิ้วเดียวไหนเลยจะทำให้มือมีแรง) เมื่อผลงานได้ประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น (ทั้ง คุณภาพดีขึ้น ปริมาณมากขึ้น) ก็ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ผลประโยชน์จึงตกอยู่กับองค์กรและสมาชิกขององค์กร สอดคล้องกับหลักการที่ว่า “เมื่อองค์การอ้วน หรือเติบโต คนในองค์การก็ต้องย่อมอ้วน หรือเติบโตด้วย แต่หากองค์การยากไร้ หรือผอม คนในองค์กรก็ย่อมจะทุกข์ยาก หรือผอมตามไปด้วย”

การสร้างทีมงานที่ดีได้ ผู้นำต้องมีบุคลิกอย่างนี้

นายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “สภาวะผู้นำ ฝ่าวิกฤติประเทศไทย” จัดโดยชมรมคอลัมนิสต์ นักจัดรายการวิทยุและโทรทัศน์ไทย สรุปว่า เรื่องผู้นำถือเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ว่ามนุษย์ หรือ สัตว์มีความเหมือนกัน เพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ซึ่งผู้นำมีบุคลิกลักษณะที่แข็งแกร่ง มีความโดดเด่น ด้วยการแสดงออกหรือมีพละกำลัง
“คำว่าหัวหน้าหมายถึงผู้นำ มีความหมายในตัว คือ หัว และ หน้า แต่ตอนหลังมานี้คนที่เป็นผู้นำเอาแต่หน้า ไม่ค่อยมีหัวเท่าไหร่ เช่น สมัยบรรพบุรุษ เมื่อหัวหน้าออกรบ ทุกคนจะรอดูผล ใครชนะอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมแพ้ แต่สมัยนี้โลกกลับตาลปัตร หัวหน้าอยู่ใต้ดินคอยสั่งการบังคับบัญชาผ่านระบบไอที บัญชาการรบในจอ และจะตายเป็นคนสุดท้าย คุณสมบัติของผู้นำ คือ ต้องมีความรับผิดชอบ มีความเชี่ยวชาญ รู้ที่ รู้ทิศ รู้ทาง หากผู้นำพาผิดที่ ผิดทิศ ผิดทาง ความหายนะจะเกิดขึ้น ประเทศเราประสบเรื่องนี้หลายครั้ง เพราะมีนโยบายที่ผิด ความรับผิดชอบเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ผู้นำในทุกวันนี้ ผ่านมาผ่านไป ไม่มีความรับผิดชอบ” นายสุเมธ กล่าว

นายสุเมธ กล่าวด้วยว่า หลายคนบอกว่าผู้นำต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ การมีพระเดช ต้องไม่ใช้อย่างพร่ำเพื่อ ไม่ใช้แบบขู่ไปเรื่อย ใครอยู่ตำแหน่งอะไร ได้อำนาจหน้าที่มาต้องใช้อย่างศักดิ์สิทธิ์ จำไว้ว่าอย่าหลงพระเดช ผู้นำบางคนเสพอำนาจจนหลงเหมือนติดยาเสพติด ต้องระวัง เพราะอำนาจไมใช่ของเราตลอดไป หากบริหารจัดการได้ ชีวิตจะมีคามสุข อยู่รอด และที่สำคัญจะทำให้องค์กรและประเทศที่ดูแลเจริญงอกงามไปด้วย ส่วนพระคุณต้องสะสมเอง เพราะเมื่อพระเดชจบ แต่พระคุณยังอยู่

“ผู้นำต้องเป็นผู้รู้ หากไม่รู้ต้องมีกุนซือ หรือนักปราชญ์ ถ้าผู้นำมีที่ปรึกษาที่ดี จะช่วยได้ในเวลาคับขัน เพราะต้องยอมรับว่าไม่มีใครรู้ทุกเรื่อง ซึ่งการบริหารบ้านเมืองต้องเรียนรู้เข้าใจ ทั้งภูมิประเทศ และสังคมว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นอย่างไร คนแต่ละภาคมีความแตกต่างกันอย่างไร ถ้าไม่รู้เรื่องเหล่านี้จะบริหารบ้านเมืองได้อย่างไร บางคนรู้ว่าปัญหาทั้งหมดเกิดมาจากอะไร แต่นั่งเฉย ๆ แก้ปัญหาไม่ได้ ผู้นำเมื่อรู้ปัญหาต้องรีบเข้าไปแก้ไข หรือเวลามีปัญหาต้องให้คนเดินมาเราว่ามีปัญหาให้แก้ไข ถ้าทำได้เช่นนี้จะได้เป็นผู้นำที่ยอมรับได้ ผู้นำต้องเป็นสัตว์ได้หลายอย่าง เป็นนกพญาอินทรี ต้องบินสูง มองภาพรวม มองไกล

มองต่ำ พยากรณ์เหตุการณ์ได้ล่วงหน้าตลอดเวลา ผู้นำต้องเป็นเสือ เวลาเสือเคลื่อนไหว จะนิ่งเงียบ ไม่มีอะไรสั่นไหว รอเวลาจังหวะเหมาะสมออกล่า เพราะเสือแรงน้อย ไม่ใช่ไปที่ไหนใครก็รู้ และเวลามีปัญหาต้องไม่โวยวาย คำนวณการใช้ของที่มีน้อยให้เกิดประโยชน์สูงสุด เหมือนกับเสือที่จะล่าเหยื่อ ส่วนสัตว์ชนิดสุดท้าย คือ กวาง การเป็นผู้นำต้องเป็นเหยื่อไปพร้อมกันด้วย กวางไม่หนีเสือ สิงโต นั่นคือความฉลาด เพราะเก็บภาพอยู่ตลอดเวลา แต่รักษาระยะ เหมือนผู้นำต้องเอาปัญหาให้อยู่ในสายตาตลอด ไม่หนีปัญหา ผู้นำบางคนหนีตลอดเวลา  เมื่อปัญหาสะสมวันหนึ่งจะรับไม่ไหว” นายสุเมธ กล่าว

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า ผู้นำที่ดีต้องรักษาเวลาด้วย อย่าไปต่ออายุให้วุ่นวาย เมื่อหมดหน้าที่ ก็ลงหลังเสือให้เร็วที่สุด ผู้นำต้องสร้างศรัทธาให้ผู้ตามให้ได้  มิเช่นนั้นไปไม่รอด  ศรัทธาสร้างได้ คือ ต้องเสียสละ คนเป็นหัวหน้าต้องละทิ้งความเป็นส่วนตัว ต้องคิดถึงบริวาร นึกถึงส่วนรวม นึกถึงประเทศชาติ  เสียสละ การทำงานให้  ผู้นำต้องมีประชาภิบาล ความยุติธรรม มีศีล 5 ถ้าทำได้ เราจะรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้

การทำงานเป็นทีม : Team Working

การทำงานเป็นทีม

Peter R.Scholtes มีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การทำงานเป็นทีมเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้ปรับปรุงการบริหารจัดการและเพิ่มผลผลิตขององค์การได้  ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของการทำงานเป็นทีมในองค์กรชั้นนำ ของโลก ซึ่งได้ตั้งทีมงานเพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
           แนวทางใหม่จากงานวิจัย  Peter Drucker , Stephen Covey ตั้งข้อสังเกตได้ว่า การทำงานเป็นทีมไม่ใช่รูปแบบการจัดการสมัยใหม่เท่านั้น หากแต่ยังเป็นการกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์เบื้องต้นขององค์กรที่เปิดกว้างและแสวงหาความสามารถทางการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้น สนองตอบความต้องการที่ไม่มีขีดจำกัดของลูกค้า ผู้บริหารทุกระดับต้องตระหนักถึงคุณค่า และกระตุ้นให้ทุกคนในองค์กรเห็นว่าเรื่อนี้เป็นวิถีแห่งความอยู่รอด และเติบโต
           ในการทำงานเป็นทีม สมาชิกทุกคนมีคามสำคัญเท่าเทียมกัน มีสิทธิออกความคิดเห็นและยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่นเช่นกัน ผู้นำ หรือLeader ต้องตระหนักและคิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรสมาชิกของทีมมีจิตใจที่พร้อมที่จะทำงานร่วมกับคนอื่น ทำงานด้วยสติปัญญา มีความรับผิดชอบ เสียสละ อดทน อีกทั่งมีความมุ่งมั่น ตลอดถึงมีความไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น  มีการพึ่งพากัน ช่วยกันค้นหาวิธีการที่จะพัฒนางานและปรับปรุงพัฒนางาน
           การทำงานเป็นทีม จะเป็นโอกาสของนวัตกรรม การพึ่งพากันที่กล่าวถึงข้างต้น จะเป็นการดึงเอาความคิดใหม่ๆ และนำไปใช้ ส่งผลให้องค์กรมีนวัตกรรมใหม่ๆที่ดึงดูดใจลูกค้า สร้างความได้เปรียบแห่งการแข่งขันอย่างไรก็ตามทีมงานจำต้องได้รับการเติมพลัง เติมพลังความรู้ อย่างต่อเนื่องทั้งในเรื่องของพฤติกรรม หรือเทคนิคสมัยใหม่
ปิยะวุฒิ   อนุอันต์

การสร้างทีม และพัฒนาทีม

การสร้างทีม และพัฒนาทีม

ผู้นำทีม จะต้องมีความสามารถในการบริหารจัดการในทุกๆด้าน เรียกได้ว่าต้องเก่ง คิด เก่งคน เก่งงาน โดยมีมาตรวัดความเก่งทั้ง 3 ด้านดังนี้ 

เก่งคิด ผู้นำทีมต้องมีความคิดสร้างสรรค์ มองกว้าง มองไกล มีวิสัยทัศน์ โดยผู้นำเองต้องแสวงหาความรู้  หาหนทางพัฒนาตนเองตลอดเวลา มีเทคนิคการปรับปรุงงานทบทวนงานที่ทำ ใช้หลักพหูสูต (สุ จิ ปุ ลิ)

 “สุ ตั้งใจฟังให้ละเอียด

    จิ คิดให้ละเอียดข้อสงสัย

    ปุ ต้องสอบถามถ้าข้องใจ

    ลิ เขียนไว้ถ้าสงสัยได้เปิดดู”

เก่งงาน ผู้นำต้องมีความรู้และความชำนาญ ในงานที่ตนเองรับผิดชอบ สามารถแนะนำ พัฒนางานและทักษะในงานกับผู้อื่นได้ ดังนั้นผู้นำ ต้องวางแผน จัดเวลาเป็น ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่าง และกำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จได้ การที่จะเก่งงานได้นั้น อาจใช้ อิทธิบาท 4 (ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา) มาใช้ได้ในประเด็นนี้

“ฉันทะ สนใจ สนใจ ใฝ่เรียนรู้

วิริยะ เพียรสู้ เพียรสู้ ไม่ท้อถอย

จิตตะ ใส่ใจใส่ใจ ไม่เลือนลอย

วิมังสา เฝ้าคอย เฝ้าคอย เฝ้าตึกตรอง”

เก่งคน เป็นเรื่องของการสร้างรัก ความศรัทธา ความจงรักภักดี ให้กับตัวผู้นำเอง ดังนั้นผู้นำต้องเป็นบุคคลที่มีภาวะผู้นำ มีมนุษย์สัมพันธ์ มีศิลปะในการจูงใจ การสื่อสาร รู้จักพฤติกรรมของคนที่เกี่ยวข้อง รู้จักขู่รู้จักปลอบรู้จักการให้กำลังใจ รู้จักความแตกต่างกันของคน อาจใช้หลัก สังคหวัตถุ 4 (ทาน ปิยะวาจา อัตถจริยา สมานัตตา)

“ทาน คือการให้

จากใจ  วาจา ดี มีคนหลง

สงเคาะห์ คือ อัถตจริยา  มีมั่นคง

ไม่ลืมลง สมานัตตา เสมอต้น เสมอปลาย”

 

ปิยะวุฒิ   อนุอันต์